ศึกษาต่อแพทยศาสตร์บัณฑิต
ณ โรงเรียนแพทย์ต่างๆ ในประเทศฟิลิปปินส์ประเทศฟิลิปปินส์ถือว่าเป็นประเทศที่เป็นศูนย์รวมของโรงเรียนแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวคือมีโรงเรียนแพทย์ทั้งของรัฐและเอกชนรวมกันมากกว่า 30 โรงเรียน ทั้งนี้ ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศใช้ระบบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์แบบเดียวกับประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวคือ นักศึกษาแพทยศาสตร์ทุกคนต้องศึกษาจบปริญญาตรีสาขาใดสาขาหนึ่งทางวิทยาศาสตร์มาก่อน (เช่น วิทยาศาสตร์, เภสัชศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ แต่หากจบในสาขาอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจจำเป็นต้องเรียนเพิ่มเติมในรายวิชาทางวิทยาศาสตร์ที่แต่ละโรงเรียนกำหนด เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ และ คณิตศาสตร์) จากนั้นจึงจะสามารถสมัครสอบเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ โดยการสมัครสอบ NMAT (National Madical Admission Test) ประมาณช่วงเดือนตุลาคมและมกราคม แล้วสอบเดือนธันวาคมและเมษานตามลำดับ จากนั้นจึงนำคะแนนจากการสอบ NMAT ที่ได้นี้ ไปสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนที่ต้องการ
อนึ่ง การสมัครสอบ NMAT นั้น สามารถทำการสมัครผ่าน URL: www.cem-inc.org ทั้งนี้ควรสมัครเสียแต่เนิ่น เพราะหากระยะเวลาการสมัครกระชั้นชิดกับเวลาสอบมากเกินไป เอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ติดต่อกับหน่วยงานที่จัดสอบอาจมีการเดินทางล่าช้าได้
การสอบ NMAT จะทำการจัดสอบที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยข้อสอบมีสอบ 4 วิชาคือ เลข, วิทย์ (เคมี-ชีวะ-ฟิสิกส์), อังกฤษ และ ฟิลิปปิโน (ภาษากับประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์) ข้อสอบมีลักษณะเป็น Speed Test ทั้งนี้ คะแนนที่ได้นั้นจะเป็นเท่าไหร่ก็ไม่ต้องเป็นกังวล ยังไงก็ได้เข้าเรียนเพราะโดยส่วนใหญ่ โรงเรียนแพทย์ในฟิลิปปินส์เป็นโรงเรียนแพทย์เอกชน
ทั้งนี้ การศึกษาตลอดหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตจะใช้ระยะเวลาในการศึกษารวม 5 ปี แบ่งเป็น การศึกษาชั้นพรีคลินิกที่ประเทศฟิลิปปินส์ 3 ปี และ การศึกษาชั้นคลินิก ณ ปะเทศที่นักศึกษาต้องการจะไปประกอบอาชีพ 2 ปี (ในที่นี้เราเป็นคนไทยก็ควรมาศึกษาชั้นคลินิกที่ประเทศไทย)
สำหรับโรงเรียนแพทย์ที่สามารถแนะนำได้เพราะมีรุ่นพี่และอาจารย์แพทย์จบมาแล้ว และเคยได้รับการรับรองมาตรฐานจากแพทยสภามาแล้ว (สมัยที่เค้ายังไม่ยกเลิกทั้งหมด) มีดังนี้
ท Cebu Doctor's College of Medicine, Faculty of Medicine
http://www.cdc-cdh.ph
ท Davao Medical School Foundation, College of Medicine
http://www.dmsf.edu.ph/
ท De La Salle University - Dasmariñas College of Medicine (DLSU-D)
http://www.hsc.dlsu.edu.ph/collegeofmed/default.htm
ท Far Eastern University, Dr. Nicanor Reyes Medical Foundation Institute of Medicine (FEU-NMRF)
http://www.feu.edu.ph/
ท Fatima Medical Science Foundation, Fatima College of Medicine
http://www.fatima.edu.ph/
ท Lyceum Northwestern University, Dr. Francisco Q. Duque Medical Foundation:
www.lyceum.edu.ph
ท Manila Central University, Filemon D. Tanchoco Foundation College of Medicine (FDTMF)
http://www.mcufdtmf.edu.ph/
ท Remedios T. Romualdez Medical Foundation, College of Medicine
ท Saint Louis University, College of Medicine
http://www.slu.edu.ph/
ท Southwestern University, Matias H. Aznar Memorial College of Medicine (MHAM)
www.swu.edu.ph
ท University of Perpetual Help Rizal, Jonelta Foundation School of Medicine
http://www.spuid.com.tw/school/school_med_n.htm
ท University of Santo Tomas, Faculty of Medicine and Surgery
http://www.ust.edu.ph/medicine/
ท University of the City of Manila, Faculty of Medicine and Surgery
ท University of the East Ramon Magsaysay Memorial Medical Center, College of Medicine (UERM)
http://www.uerm.edu/
ท University of the Philippines Manila, College of Medicine (UPM-CM)
http://www.upm.edu.ph/upm-cm.html
ท University of the Visayas, Vicente Gullas College of Medicine
สำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอดหลักสูตรโดยประมาณเท่ากับ 800,000-1,000,000 บาท (ค่าเทอมรวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักศึกษาแล้ว) โดยมีรายละเอียดการศึกษาดังนี้
ปี 1-3 (ชั้น Pre Clinic)
ท ศึกษาที่โรงเรียนแพทย์ที่ต้องการ ณ เมืองต่างๆ ประเทศฟิลิปปินส์
ท ค่าเทอมประมาณเทอมละ 40,000-80,000 บาท แล้วแต่ความไฮโซของโรงเรียน
ท ค่าธรรมเนียมนักศึกษาต่างชาติประมาณ 120,000-1,000,000 บาท แล้วแต่ความไฮโซของโรงเรียน บางโรงเรียนให้จ่าย 2 ครั้งคือ ก่อนเข้าเรียนครึ่งหนึ่ง และหลังจากเรียนจบครึ่งหนึ่ง บางโรงเรียนก็ให้ผ่อนจ่ายได้
ท ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนักศึกษาเดือนละ 10,000-15,000 บาท (ถ้าอยู่อย่างประหยัดสุดฤทธิ์สุดเดช)
ท ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เทียบเท่าและใกล้เคียงกับประเทศไทย
ท ค่าเครื่องบิน กรุงเทพฯ-มะนิลา (ไป-กลับ) ประมาณ 12,000 บาท (รวม VATและภาษีสนามบินแล้ว: อ้างอิงจาก Philippines Airline)
ท อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินฟิลิปปินส์ต่อเงินไทยคือ 1 เปโซ = 75-85 สตางค์ ทั้งนี้แล้วแต่ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ
ท เนื่องจากปัจจุบัน ทางแพทยสภาได้ทำการยกเลิกการรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทย์ในโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก (ร้อยละ 95) โดยระบบใหม่จะใช้วิธีพิจารณารับรองให้ครั้งละ 5 ปี (ในระยะเวลาดังกล่าวที่แพทยสภารับรอง นักรียนต้องทำการสอบใบประกาบโรคศิลป์ให้เสร็จสิ้น ไม่งั้นก็ต้องมายื่นคำร้องขอรับรองสถาบันใหม่อีก 5 ปี จึงจะมีสิทธิ์สมัครสอบใบประกอบโรคศิลป์) ดังนั้น เมื่อสิ้นสุดการศึกษาในชั้นปีที่ 2 จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่นักเรียนควรจะกลับมายื่นคำร้องต่อแพทยสภาเพื่อขอรับรองสถาบันที่กำลังศึกษา (เพราะระยะเวลาดังกล่าวจะ Cover ไปจนนักเรียนจบแล้ว 2 ปี) ทั้งนี้ ขอแนะนำว่า ควรเลือกศึกษาในโรงเรียนแพทย์ที่มีรุ่นพี่จบมาเยอะๆ หรือไม่ก็มีอาจารย์แพทย์เคยจบมา หรือไม่ ทางที่ดีก็ไปถามแพทย์สภาซะเลยว่า โรงเรียนแพทย์ที่จะไปเรียนนั้นจะมีการรับรองให้หรือไม่ (โดยส่วนใหญ่หากสถาบันหรือโรงเรียนที่เลือกไม่กะเลวกะราดหรือกะโหลกกระลาเกินไป เช่น คอร์สการเรียนไม่ได้มาตรฐาน, Lab ห่วย, คุณภาพข้อสอบแย่ ทางแพทยสภาเค้าก็จะทำการพิจารณาและรับรองให้อยู่แล้ว...อันนี้คุยกับเจ้าหน้าที่แพทยสภามาโดยตรง)
ท สิ้นสุดการศึกษาในชั้นปีที่ 3 สามารถสมัครเข้ารับการสอบใบประกอบโรคศิลป์ขั้นตอนที่ 1 ณ แพทยสภา
ปี 4-5 (ชั้น Clinic: Extern และ Intern)
ท Extern เลือกศึกษาที่ โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง ดังนี้
- โรงพยาบาลเลิดสิน (สีลม)
- โรงพยาบาลกลาง (เยาวราช)
- โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี (รามอินทรา)
ท Intern เลือกศึกษาที่ โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขในประเทศไทย ดังนี้
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเพทมหาครและวชิรพยาบาล
- โรงพยาบาลตำรวจ
- โรงพยาบาลเลิดสิน (สีลม)
- โรงพยาบาลกลาง (เยาวราช)
- โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี (รามอินทรา)
- โรงพยาบาลตากสิน
- โรงพยาบาลหาดใหญ่
- โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
- โรงพยาบาลบุรีรัมย์
ท ค่าเทอมของปี 4 (ประมาณ 70,000-100,000 บาท) จะจ่ายเมื่อสิ้นสุดการสอบไล่เทอม 2 ของปีการศึกษาที่ 3 เพราะปี 4-5 นั้น ไม่ต้องกลับไปศึกษาที่ฟิลิปปินส์แล้ว
ท ขณะศึกษาในปี 4-5 นั้น ทางโรงพยาบาลจะมีห้องพักแพทย์และอาหารให้ครบ 3 มื้อฟรี
ท สิ้นสุดการศึกษาในชั้นปีที่ 4 ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ที่เลือกเรียน
ท เฉพาะการศึกษาชั้นปีที่ 5 นั้น จะไม่มีการเรียกเก็บค่าเทอม แต่นักศึกษาจะได้รับเงินเดือนและค่าอยู่เวรจากโรงพยาบาลที่สังกัดนั้นๆ
ท สิ้นสุดการศึกษาในชั้นปีที่ 5 จะต้องเข้ารับการสอบใบประกอบโรคศิลป์ขั้นตอนที่ 2 และ 3 ณ แพทยสภา
ท สิ้นสุดการศึกษาในชั้นปีที่ 5 และสอบผ่านได้รับใบประกอบโรคศิลป์แล้ว สามารถสมัครเข้ารับราชการเป็นแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขได้
ข้อบ่งชี้อื่นๆ
ท ประหยัดเวลาและค่าเรียนกว่าเมื่อเที่ยบกับการเรียนแพทยศาสตร์ในประเทศไทยที่ต้องเสียเวลาสอบเข้าและใช้เวลาเรียนถึง 6 ปี
ท ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเรียนจบแพทย์จากโรงเรียนแพทย์ที่ใดในโลก รวมทั้งจุฬาฯ, ศิริราช หรือ รามาฯ ก็ต้องสอบใบประกอบโรคศิลป์ ดังนั้นในทางทฤษฎีจึงไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำในวงการแพทย์ แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องทำใจเพราะทุกสังคมย่อมมีคนบ้าและคนดี อาจจะไม่ได้รับการยอมรับในแง่การปฏิบัติต่างๆ (ถ้ารับข้อนี้ได้ก็ไปเรียนเหอะ)
ท ควรไปด้วยตนเอง อย่าไปผ่านเอเย่นต์เพราะอาจโดนต้มได้
ท หารุ่นพี่ที่กำลังเรียนอยู่ เพื่อขอคำแนะนำดีที่สุดเพราะจะได้ทราบสถานการณ์ต่างๆ ในขณะนั้น (คุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาหรือแนะนำที่อีเมล-MSN: toru121@hotmail.com หรือ โทร 09-1201119-ไอซ์)
ท หมั่นติดตามประกาศและข่าวต่างๆ จากเว็บไซต์ของแพทยสภาบ่อยๆ (http://www.tmc.or.th) จะได้ไม่ OUT!
ท ยินดีต้อนรับคุณหมอคนใหม่ในอนาคตครับ และขอให้ทุกคนโชคดี
หมายเหตุ
ท ข้อมูลต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดได้ นักเรียนควรตรวจสอบศึกษาหาข้อมูลให้ละเอียดอีกครั้ง
ท ติดต่อแพทยสภา: สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา อาคาร 6 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี โทร.02-5901880-1,3
ขอประชาสัมพันธ์เวบบอร์ดเพื่อแพทย์ไทยในต่างแดนคัฟ
http://board.tantee.net/thaimedinter